แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ PhDทำไมต้นทุนแพง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ PhDทำไมต้นทุนแพง แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2552

รอยต่อสำคัญระหว่างสาระนิพนธ์ วิทยานิพนธ์ และวิทยานิพนธ์ปริญญาเอก3

เรื่องราววิทยานิพนธ์ปริญญาเอกยังเป็นเรื่องที่คุยได้ไม่จบครับ แต่คราวนี้ผลจะขอนำข้อคิดเห็นทางวิชาการของผู้เชี่ยวชาญมาให้อ่านกันเพื่อเป็นข้อมูลให้ศึกษากัน

"ปัญหาเกี่ยวกับเรื่อง Originality ของเรื่องที่จะทำวิทยานิพนธ์"

Originality(ต้นกำเนิดของแหล่งข้อมูล) ของเรื่องที่จะทำวิทยานิพนธ์คือการนำเสนอเรื่องราวการเขียนวิทยานิพนธ์โดยยึดหลักเกณฑ์ว่าจะต้องเป็นข้อมูลที่มาจากแหล่งกำเนิดของข้อมูลนั้นโดยตรงไม่ใช่การอ้างอิงซ้อนอ้างอิง(เรื่องนี้ผมเคยเขียนไว้ในเรื่อง “ต้นทุนการเขียนวิทยานิพนธ์ปริญญาเอก” ในเดือนพฤษภาคมลองเข้าไปหาดูนะครับ) ในประเด็นนี้จำเนียร จวงตระกูลให้ความเห็นว่านักศึกษาไม่ได้คำนึงถึงว่าเรื่องที่ตนเองจะทำวิทยานิพนธ์นั้นมีความเป็น Originality หรือไม่ เพราะเท่าที่พบในการนำเสนอจะไม่ได้คำนึงถึงข้อกำหนดในประเด็นนี้ สาเหตุสำคัญของประเด็นปัญหานี้น่าจะอยู่ที่นักศึกษาขาดความรู้ความเข้าใจในข้อกำหนดที่สำคัญของความเป็น Originality ของวิทยานิพนธ์ปริญญาเอก หรือ การไม่มีหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนในเรื่องนี้หรือนักศึกษาไม่ได้ศึกษาค้นคว้าให้เข้าใจถึงหลักเกณฑ์เกี่ยวกับ Originality อย่างชัดเจน
สำหรับเรื่อง Originality(ต้นกำเนิดของแหล่งข้อมูล) สำหรับมหาวิทยาลัยในต่างประเทศที่มีชื่อเสียงทางวิชาการเขาถือเรื่องนี้มากนะครับข้อมูลต่าง ๆ ต้องจริง ชัดเจน

ที่มา : ข้อคิดเห็นสิบสองประการเกี่ยวกับการเขียนข้อเสนอโครงการวิทยานิพนธ์
ของนักศึกษาระดับปริญญาเอก โดย ดร. จำเนียร จวงตระกูล htp://www.jamnean.org

วันอังคารที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

รอยต่อสำคัญระหว่างสาระนิพนธ์ วิทยานิพนธ์ และวิทยานิพนธ์ปริญญาเอก2

ต่อจากคราวที่แล้วครับ อย่าว่าแต่คนทำสาระนิพนธ์แล้วมาเรียนต่อปริญญาเอกเลยครับ ต่อให้เขียนวิทยานิพนธ์มาแล้วก็ตาม เมื่อมาถึงขั้นเขียนวิทยานิพนธ์ปริญญาเอกมันก็มึนได้ทั้งนั้น เพราะมีหลายอย่างที่ไม่เคยเจอมาก่อนโดยเฉพาะต้นทุนสะสมที่เรียกว่า "ประสบการณ์ในการวิจัย" นะครับ เพราะเรื่องบางเรื่องต้องใช้ประสบการณ์ ถ้าเพื่อนเดินมาถึงจุดที่ถอยหลังไม่ได้อย่างไรเสียก็ต้องฝันฝ่า เอาอย่างนี้ซิครับนอกจากจะเข้าเรียนหลักสูตรพิเศษด้านการวิจัยของระดับปริญญาโทแล้ว ก็ลองไปขออาจารย์ที่รู้จักกันว่าขอเป็นผู้ช่วยวิจัยซิครับลองไปดุเพื่อหาประสบการณ์มันจะช่วยเสริมความมั่นใจได้พอสมควรนะครับ เมื่อมีความั่นใจก็จะทำให้มีกำลังใจนะครับ

วันเสาร์ที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

รอยต่อสำคัญระหว่างสาระนิพนธ์ วิทยานิพนธ์ และวิทยานิพนธ์ปริญญาเอก

มีพรรคพวกเพื่อนฝูงกำลังเจอปัญหารอยต่อสำคัญระหว่างสาระนิพนธ์ วิทยานิพนธ์ และวิทยานิพนธ์ปริญญาเอก คือว่าเขาอยากเรียนปริญญาเอกนะครับแต่ตอนเรียนปริญญาโทแกเลือกทำสาระนิพนธ์ งานนี้เลยกลุ้มครับ ที่กลุ่มคือว่าเขาข้ามขั้นตอนการเขียนวิทยานิพนธ์ปริญญาโทไปนะครับ เขียนเพียงสาระนินพธ์พอไปเจอวิทยานิพนธ์ปริญญาเอกเข้าก็เหมือนกับเด็กสอบเทียบแล้วไปเจอข้อสอบของปรมาจารย์เข้าไงละครับ แม้ตอนเรียนปริญญาโทจะเขียนวิทยานิพนธ์ก็ตามแต่ระดับความยากง่ายของเรื่องที่เขียนนั้นก็ทำให้คนเขียนมีประสบการณ์แตกต่างกัน เรื่องนี้ถ้าถามผมนะครับผมบอกว่าถ้าถอยหลังไม่ได้ก็ให้หันกลับไปเข้าหลักสูตรการเขียนงนวิจัยเลยครับ หรืออาจไปเข้าชั้นเรียนพิเศษอะไรก็ได้ที่เข้าให้ความรู้การเขียน การทำวิทยานิพนธ์

นอกเรื่องนิดหนึ่งครับที่ต่างประเทศเข้าเปิดเผยได้เรื่องการมีผู้ช่วยวิจัยตราบเท่าที่งานวิจัยนั้นเป็นของเจ้างของงานวิจัย แต่บ้านเราผมยังไม่เคยเห็นครับว่าเขาอนุญาตให้มีผู้ช่วยวิจัย เท่าที่ได้ยินได้ฟังมาจะมีแต่ "ผู้แอบช่วย" ครับ ลองกลับไปอ่านเรื่อง "ต้นทุนการเขียนวิทยานิพนธ์ปริญญาเอก" ของผมดูซิครับว่าทำไมผู้ช่วยจึงสำคัญ

วันพุธที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

เงิน งบประมาณ การเขียนวิทยานิพนธ์

การตรวจดูงบประมาณก่อนลงมือเขียนวิทยานิพนธ์เป็นเรื่องสำคัญครับ การเขียนงานวิจัยหรือเขียนวิทยานิพนธ์ก็ต้องมีงบประมาณด้วยนะครับ จะมากจะน้อยก็ขึ้นอยู่กับว่าเรื่องที่คิดจะทำมีลักษณะเนื้อหาอย่างไร เช่น หากต้องลงพื้นที่เก็บข้อมูลและมีกลุ่มประชากรจำนวนมากก็จำเป็นต้องใช้งบเยอะทั้งค่าถ่ายเอกสาร ค่าแรงผู้ช่วย หากอยากประหยัดและคิดว่าทำคนเดียวไหวก็ลองดู งานวิจัยที่ใช้งบสูงส่วนใหญ่มีลักษณะดังนี้

1. ขอบเขตการศึกษากว้าง เช่น เก็บข้อมูลข้ามจังหวัด หรือนอกพื้นที่ของตนเองต้องใช้งบเดินทางมาก หรือต้องใช้ผู้ช่วยเก็บข้อมูลจำนวนมาก
2. กลุ่มประชากรมีจำนวนมากทำให้ต้องเก็บข้อมูลโดยการถ่ายเอกสารมากขึ้น

งานวิจัยอีกประเภทหนึ่งที่ใช้งบน้อยแต่หนักสมองคือ การวิจัยเอกสารหรือการวิจัยเชิงคุณภาพ การวิจัยประเภทนี้ส่วนใหญ่ใช้ข้อมูลที่มีอยู่แล้วในห้องสมุด นั่งในห้องแอร์เย็นหาข้อมูลดูแล้วสบายครับแต่ต้องคิดหนัก เพราะต้องวิเคราะห์เนื้อหาจากเอกสารเป็นจำนวนมาก เนื้อหาเอกสารบางอย่างก็เป็นนามธรรมต้องตีความเสียก่อนจึงจะใช้ได้ เช่น เนื้อหาด้านกฎหมาย เนื้อหาเกี่ยวกับประกาศ ระเบียบ คำสั่งทางราชการ บทความ บทวิเคราะห์ แต่ถ้าท่านใดไม่มีปัญหาเรื่องงบประมาณก็ตามสบายครับ

วันจันทร์ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2552

งานเขียนวิทยานิพนธ์ปริญญาเอก ทำไมต้นทุนดำเนินงานจึงแพง ?

งานวิจัยหรืองานเขียนวิทยานิพนธ์ปริญญาเอกมีต้นทุนดำเนินการตั้งแต่นับหนึ่งจนจบแพงมากเพราะอะไร ผมจะยกประเด็นมาให้อ่านนะครับ

1. วิทยานิพนธ์ปริญญาเอกเป็นงานวิจัยขนาดใหญ่ ถ้าหากแยกงานเขียนออกเป็นงานวิทยานิพนธ์ย่อย ๆ จะพบว่าวิทยานิพนธ์ปริญญาเอกสามารถจุวิทยานิพนธ์ปริญญาโทได้ 3-4 เล่มไว้ภายในวิทยานิพนธ์ปริญญาเอก 1 เล่มเลยทีเดียว ยิ่งเป็นงานเขียนขนาดใหญ่ต้นทุนก็จะยิ่งแพงเป็นเงาตามตัวเลยครับ

2. การหาข้อมูลวิทยานิพนธ์ปริญญาเอกต้นทุนก็สูงครับ เพราะข้อมูลที่จะนำมาใช้เขียนนั้นต้องเป็นข้อมูลเชิงประจักษ์ที่ผู้เขียนจะต้อง พบเห็น ประสบ ได้ยิน ได้ฟัง และบันทึกมาด้วยตนเอง จะใช้วิธีการเก็บข้อมูลแบบอ้างอิงงานวิจัยของคนอื่นไม่ได้
ตัวอย่าง เช่น ถ้าจะวิจัยเรื่องชนกลุ่มน้อยในประเทศไทยก็ต้องลงพื้นที่เก็บข้อมูลเองครับจะไปอ้างงานเขียนคนอื่นมาแล้วใส่อ้างอิงไม่ได้ครับ
ยกเว้นการเขียนทบทวนวรรณกรรม ทบทวนทฤษฎีที่อ้างอิงจากตำราเจ้าของทฤษฎีได้ แต่ก็มีข้อยกเว้นอีกนะครับคือจะต้องใช้ตำราของเจ้าของทฤษฎีโดยตรงครับ จะใช้วิธีการอ้างจากตำราเล่มอื่น ๆ ที่กล่าวถึงเรื่องที่เราศึกษาไม่ได้ครับ เช่น “อ้างถึงใน” หรือ “อ้างจาก” อันนี้ไม่ได้ครับ ต้องใช้ข้อมูลจากต้นขั้วอย่างเดียว (วิธีการนี้ก็ทำให้ต้นทุนแพงเหมือนกันเพราะการหาเอกสารต้นขั้วต้องใช้เวลาและเงินทุนค่าเดินทาง ค่าถ่ายเอกสาร แต่สมัยนี้มีอินเทอร์เน็ตก็ทำให้งานง่ายขึ้น)

3. ข้อมูลทุกอย่างที่ใช้ในงานเขียนอย่างที่บอกไว้ในข้อ 2 ครับต้องเป็นข้อมูลเชิงประจักษ์ที่ผู้เขียนจะต้อง พบเห็น ประสบ ได้ยิน ได้ฟัง และบันทึกมาด้วยตนเองจะใช้วิธีการเก็บข้อมูลแบบอ้างอิงงานวิจัยของคนอื่นไม่ได้เพราะเป็นงานวิจัยที่จะต้องสร้างทฤษฎีของตนเองขึ้นมาใหม่ ซึ่งอาจจะสอดคล้องหรือหักล้างกับทฤษฎีของนักคิดคนอื่น ๆ ก็ได้

ท่านผู้อ่านเคยได้ยินได้ฟังมาบ้างไหมครับว่าพวกนักศึกษาชาวตะวันตกที่เขียนวิทยานิพนธ์ปริญญาเอกบางคนถึงกับฝังตัวในพื้นที่ที่ตนเองต้องการเป็นข้อมูลเป็นเดือน ๆ หรือเป็นปี ๆ เลย เพราะอะไรเหรอครับ (เพระเขามีทุนทำวิจัยครับต่างจากบ้านเราที่ใช้ทุนตัวเอง) เพราะเขาต้องการข้อมูลเชิงประจักษ์ที่เขาพบเห็นเองจะอ้างอิงซ้อนอ้างอิงจากงานวิจัยคนอื่นมาเป็นของตนเองไม่ได้ สรุปสุดท้ายแล้วผลการวิจัยอาจจะเหมือนหรือแตกต่างกับของคนอื่น ๆ ก็ค่อยว่ากันอีกที

4. ต้นทุนสำคัญที่ขาดไม่ได้เลยคือ ค่าตอบแทนผู้ช่วย ไล่ไปตั้งแต่คนพิมพ์งาน คนถ่ายเอกสาร คนประสานงานแหล่งข้อมูลที่จะไปสัมภาษณ์ ผู้ช่วยเก็บข้อมูล(ช่างกล้องบันทึกภาพ คนบันทึกเสียง คนดูแลห้องแลบ ห้องทดลองกรณีใช้งานนอกเวลา และอีกมากมาย) ผู้ช่วยนี่ก็สำคัญนะครับงานวิทยานิพนธ์ปริญญาเอกทำคนเดียวไม่ไหวครับ ประสาทกินแน่ ๆ ต้นทุนผู้ช่วยถ้าจะให้ได้ของดีราคาถูกผมว่าให้ใช้ลูกน้องมาช่วยงานซิครับไม่ต้องเสียเงินจ้างเสร็จแล้วก็ให้สองขั้นตอบแทนไป สบายใจสองฝ่าย

สรุปแล้ววิทยานิพนธ์ปริญญาเอกไม่ใช่ของราคาถูกเลยครับมันแพงเพราะตัวมันเอง เป็นงานเขียนขนาดใหญ่ที่ต้องใช้ข้อมูลหลากหลายซึ่งข้อมูลแต่ละอย่างมันก็มีต้นทุนของมันเหมือนกันครับ